สุขภาพดี วิถีพอเพียง


          พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  ในโอกาสประชุมสัมมนาเรื่องการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ณ มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ “ ...ร่างกายของคนเรานั้นธรรมชาติสร้างมาสำหรับให้ออกแรงใช้งาน มิใช่ให้อยู่เฉยๆ ถ้าใช้แรงให้พอเหมาะพอดีโดยสม่ำเสมอ ร่างกายก็จะเจริญคล่องแคล่ว อดทน ยั่งยืน ถ้าไม่ใช้แรงเลย หรือไม่เพียงพอ ร่างกายก็จะเจริญแข็งแรงไปไม่ได้ แต่จะค่อยๆ หมดแรงลงและหมดสภาพไปก่อนเวลาอันควร ดังนั้นผู้ที่ปกติมีการทำงานโดยไม่ใช้กำลังหรือใช้กำลังแต่น้อย จึงจำเป็นต้องหาเวลาออกกำลังให้พอเพียง ความต้องการตามธรรมชาติเสมอทุกวัน มิฉะนั้นจะเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่เขาจะใช้สติปัญญา ความสามารถของเขา ทำประโยชน์ให้แก่ตนเองและแก่ส่วนรวมได้น้อยเกินไป เพราะร่างกายอันกลับอ่อนแอลงนั้น จะไม่อำนวยโอกาสให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ…”

สุขภาพ จึงเป็นการกล่าวถึงลักษณะของการไม่เป็นโรค สุขภาพเป็นความสมบูรณ์ของคนใน ๔ มิติ คือ ร่างกาย จิตใจ สังคม และวิญญาณ (ปัญญา) หากสมบูรณ์อย่างสมดุลแล้ว ก็จะเข้าสู่ที่เรียกว่าสุขภาวะ สำหรับองค์การอนามัยโลก (WHO : World Health Organization) ได้ให้ความหมายของ สุขภาพไว้ในธรรมนูญขององค์การอนามัยโลกเมื่อปี ค.ศ.๑๙๔๘ ไว้ ดังนี้ “สุขภาพหมายถึง สภาวะแห่งความสมบูรณ์ของร่างกายและจิตใจ รวมถึงการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นปกติสุข และมิได้หมายความเฉพาะเพียงแต่การปราศจากโรคและทุพพลภาพเท่านั้น” โดยสุขภาพที่ดีนับว่าเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ดังพุทธสุภาษิตที่ว่า อโรคยา ปรมาลาภา คือ ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ  ดังนั้นการที่จะมีสุขภาพดี ไม่มีโรค ประชาชนต้องรู้จักหลักการดูแลตนเอง โดยมีตัวเองเป็นที่พึ่ง อย่างน้อยก็ให้สามารถดูแลสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อจะได้ไม่ต้องทนทุกข์กับโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ อันจะเป็นเหตุให้เสียทรัพย์ในการรักษา ทั้งทรัพย์ของตนเอง และงบประมาณของประเทศชาติ ซึ่งสอดคล้องกับพระราชดำรัชดังกล่าวข้างต้น  ที่ทรงเน้นถึงประโยชน์ในการดูแลสุขภาพของตน เพื่อให้สามารถที่จะยังประโยชน์ไปถึงส่วนรวมได้


สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์

ต.หัวไทร อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา

โทรศัพท์ 038-500000 ต่อ 7600